ความลับทั้ง 6 ข้อจากหนังสือ Influence Psychology of Persuasion ซึ่งเป็นหนังสือที่ขายดีที่สุดของ New York Time Best Sellers ผู้เขียนโดย Robert B. Cialdini , PH.D. จัดเป็นหนังสือที่ทรงอิทธิพลที่สุด ( The Most Influence ) และ ด้วยตามสไตล์ Engvolution ก็จะสอดแทรกคำศัพท์ให้ท่านผู้อ่านไปด้วยเพื่อที่ท่านผู้อ่านนอกจากได้รับความรู้แล้ว ยังได้คำศัพท์ภาษาอังกฤษควบคู่กันไปด้วย หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนตำราศักดิ์สิทธิ์ก็ว่าได้ เพราะสามารถเนรมิตคนให้ทำตามด้วย 6 เทคนิคนี้ที่ไม่ว่าประเทศไหน ๆ ในโลกก็สามารถนำปรับไปใช้ได้เหมือนเป็นหลักสากล ( Universal Principle ) โดยสามารถใช้เทคนิคทั้ง 6 ดังนี้

 

เทคนิคที่ 1 Reciprocity ในพจนานุกรมจะมีความหมายว่า ซึ่งกันและกัน

 

ในหลักของ Reciprocity ในที่นี้คือการ  Share Mutual Benefits ถ้าจะใช้ในภาษาไทยบ้านเราจะหมายถึงว่า ผลประโยชน์ต่างตอบแทน หรือในรูปแบบ Adjective คือคำว่า Received ที่แปลว่า ได้รับ ส่วนคำว่า Reciprocity คือ Noun ที่แปลว่า ซึ่งกันและกัน

 

หลักการใช้ Reciprocity นี้คือการที่จะโน้มน้าว ชักจูง หรือ ชี้นำให้ใครทำอะไรตามในสิ่งที่เราต้องการ  นั้นจะต้องทำให้ผู้ถูกโน้มน้าวมีความรู้สึกว่าได้รับประโยชน์อะไรก่อน จากนั้นเราจึงค่อยนำเสนอในสิ่งที่เราต้องการ  เหมือนการสร้างหนี้บุญคุณให้ผู้ได้รับรู้สึกติดหนี้ เพราะตามธรรมชาติของมนุษย์นั้นเมื่อเราได้รับอะไรจากใครเราจึงอยากตอบแทนกลับไป มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับงานวิจัยที่น่าสนใจในธุรกิจร้านช็อกโกแลตในต่างประเทศว่าร้านที่มีการแจกช็อกโกแลตให้กับลูกค้าได้ชิมนั้น ผลปรากฏว่าได้มียอดขายเพิ่มขึ้นสูงถึงเป็นจำนวน 42 % นั่นเป็นเพราะเมื่อลูกค้าได้รับช็อกโกแลตแล้วรู้สึกถึงการได้รับ และ อยากที่จะตอบแทนด้วยการรู้สึกอยากจะอุดหนุน ซึ่งตรงนี้เองทำให้สามารถเพิ่มยอดขายด้วยการใช้เทคนิค Reciprocity จากหลักการนี้สามารถนำไปปรับใช้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวเลย และ ด้วยคนไทยนั้นมีนิสัยที่เป็นคนมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่อยู่แล้ว มันจึงเป็นการง่ายที่จะใช้เทคนิคนี้ได้ไม่ยาก

 

เทคนิคที่ 2 Liking ในพจนานุกรมจะมีความหมายว่า ความชอบ

 

Liking คือ การที่เราทำให้คนที่เราต้องการโน้มน้าวใจรู้สึกว่าถูกชอบ และ คนที่ถูกโน้มน้าวใจนั้นจะรู้สึกชอบกลับ  มันจะทำให้มีอิทธิพลในการจูงใจ และ คนคนนั้นจะคล้อยตามได้ง่าย ซึ่งหลักการนี้จะมีการส่ง พลังงานที่ดี ( Positive Energy ) และ ความจริงใจ ( Cordiality ) เข้าหา ทำให้ผู้อีกฝ่ายมีความรู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกัน โดยใช้ประสบการณ์ร่วม หรือ มีอะไร ๆ ที่เหมือนกัน มีความชอบเหมือนกัน เมื่อรู้สึกว่าเป็นพวกเดียวกันแล้วไม่ว่าเราจะชี้นำ โน้มน้าว ชักจูงอะไร ก็จะทำได้ง่าย ด้วยเทคนิคนี้สามารถเอาไปปรับใช้กับคนในองค์กร คู่ค้า ลูกค้า รวมไปถึงครอบครัว และ คนรอบตัวได้

 

เทคนิคที่ 3 Authority ในพจนานุกรมจะมีความหมายว่า ผู้มีอำนาจ

 

ตามหลักจิตวิทยาแล้วการที่คนเราจะเห็นด้วยอะไรกับใคร หรือ ตอบตกลง กับใครนั้น คนคนนั้นจะต้องเป็นคนที่มีอำนาจ หรือมี Credit เป็นคนที่มี ความสามารถ ( Competence ) การที่เราจะมานำเสนอเพื่อต้องการให้คนเชื่อ คล้อยตาม และ ทำตามนั้น เราจะต้องทำให้คนฟังมีความรู้สึกเชื่อว่าเรามีความรู้อยู่จริงในเรื่องนั้น ๆ ไม่ว่าเรื่องที่เรารู้จริงจะมาจากการศึกษา หรือ จากประสบการณ์ แต่ในทางกลับกันถ้าเราใช้ Authority ในด้านการใช้กำลัง บังคับ ขู่เข็ญ ให้ทำตามอันนี้จะไม่มีประสิทธิภาพ ( Effective ) เลยนะคะ เพราะคนเรานั้นไม่ชอบถูกการบังคับโดยไม่ยินยอม ซึ่งก็คงไม่มีใครชอบหรอกจริงไหมคะ และ ที่ถูกต้องคือเราควรเลือกที่จะเชื่อในบุคคลที่มีความรู้จริงในเรื่องนั้น ๆ  

เทคนิคที่ 4 Social Proof  ในพจนานุกรมจะมีความหมายว่า หลักฐานทางสังคม

 

ซึ่งคำว่า Social Proof ในที่นี้คือ การทำ Peer Pressure แรงกดดันที่มาจากเพื่อน ถ้าเมื่อไหร่ที่ผู้คนทำเรื่องหนึ่งเรื่องใดกันเป็นจำนวนมากจนกลายเป็นที่นิยมในสังคม หรือเรียกว่า ฮิต ของต้องมี มันจะทำให้การตัดสินใจ การโน้มน้าว คล้อยตามจะเป็นไปได้โดยง่าย คือ ประมาณฉันไม่ตกขบวน อย่างในสมัยที่ชาเขียวเป็นที่ฮิตกันในช่วงแรก ๆ นั้น ไม่ว่าจะเดินไปตรงไหนก็เห็นคนกินชาเขียวกันเต็มไปหมด มีข้อมูลงานวิจัยในการเพิ่มยอดขายร้านอาหารจีนในประเทศจีนโดยใช้เทคนิคที่เรียบง่าย และ ไม่ต้องเพิ่มต้นทุนแต่อย่างใด เป็นเทคนิคที่ไม่มีใครคิดถึงเลย ลองเดากันสิคะว่าเค้าใช้เทคนิคอะไรกัน เทคนิค ติดป้ายอาหารแนะนำจากเชพ หรือ เทคนิคแนะนำอาหารจากพิเศษ

มันไม่ใช่ทั้ง 2 เทคนิคที่กล่าวมาเลยคะ วิธีการที่ว่านี้ก็คือ เพียงแค่ใส่ดาวลงไปหน้ารายการอาหารที่เราต้องการทำยอดขาย เมนูที่ใส่ดาวนั้นจะมียอดขายเพิ่มขึ้น 20-30 % ใช้หลักการง่าย ๆ เพียงแค่นี้ก็สามารถเพิ่มยอดขายได้ ไม่ต้องใช้อะไรซับซ้อน ประหยัด และ เรียบง่าย

 

เทคนิคที่ 5 Scarcity  ในพจนานุกรมจะมีความหมายว่า ความขาดแคลน

 

หลัก Scarcity คือการทำให้คนรู้สึกตัดสินใจ คล้อยตามได้เร็ว และ ง่ายขึ้นโดยการทำให้รู้สึกว่ามันเป็นของหายาก เป็นรุ่น Limited Edition มีการจำกัดกรอบเวลา เช่น ลดถึงสิ้นเดือนนี้ มีเพียงแค่ 10 ชิ้นในโลก และ ด้วยสัญชาตญานของมนุษย์นั้นเมื่อไหร่ที่รู้สึกว่ากำลังจะขาดแคลน มันจะมีแรงให้ทำการตัดสินใจได้เร็วยิ่งขึ้น เราจะเห็นเทคนิคนี้ได้จากโฆษณาต่าง ๆ อย่าง 11.11 คือลดวันนี้วันเดียว กลยุทธ์นี้เมื่อปีที่แล้วในประเทศจีนก็สามารถทำยอดขายใน Alibaba ทะลุไปเบา ๆ แปลงเป็นเงินไทยแค่ 1.1 ล้านภายใน 1 วัน และ ยังมีข้อมูลจากงานวิจัยว่าสินค้าที่ติดป้ายว่าจำกัดการซื้อ สินค้านั้นจะมียอดขายเพิ่มเป็น 2 เท่า

 

เทคนิคที่ 6 Commitment and Consistency  ในพจนานุกรมจะมีความหมายว่า ความมุ่งมั่น และ ความสม่ำเสมอ

 

เราจะใช้หลักการนี้ในการโน้มน้าวใจคนได้ก็ต่อเมื่อคนที่ถูกโน้มน้าวใจนั้นเป็นผู้ตัดสินใจเลือกเอง ซึ่งมันจะทำให้ผู้ถูกโน้มน้าวนั้นจะรู้สึกมีความรับผิดชอบในสิ่ง ๆ นั้นมากขึ้น ในปัจจุบันในการทำ นัดติดตาม ( Follow up ) ผู้ป่วยนั้นจะขึ้นไม่มาตามนัด หรือ การไม่แสดงตัว ( No Show ) เป็นจำนวนมาก จึงมีงานศึกษาวิจัยว่าถ้าเราเปลี่ยนวิธีการโดยให้คนไข้ได้ทำการเลือกวัน และ เวลานัดด้วยตัวเอง Make an Active Public Commitment  ซึ่งเป็นวิธีการที่เราได้เลือกเองนั้นคนไข้จะมีความรู้สึกว่ามีอำนาจในการตัดสินใจ มันจึงทำให้เกิดความรู้สึกรับผิดชอบในสิ่งที่เลือกไว้  ผลปรากฏว่า เมื่อใช้เทคนิคนี้อัตราการไม่มาตามนัดลดลง คือ คนไข้มาตามวันเวลาที่ตัวเองนั้นเลือกเอง

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ ความลับทั้ง 6 ข้อนี้ ซึ่งจริง ๆ ถ้าใครได้รู้หลักการโน้มน้าวใจนี้เราสามารถทำให้คนเชื่อคล้อยตามในสิ่งที่เราต้องการ และ ยังสามารถนำไปต่อยอดธุรกิจให้เติบโตได้เป็นอย่างดี ใครนำหลักการ 6 ข้อนี้ไปใช้แล้วได้ผลอย่างไรบ้างมาเล่าสู่กันฟังกันบ้างนะคะ

 

เพิ่มศักยภาพ กับ Engvolution ผู้สร้างทักษะด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ  ทักษะการสอน  ทักษะทางธุรกิจของผู้ประกอบการในยุค ดิจิตอล ดำเนินการสอนโดย ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย และ การสอนภาษาอังกฤษ ในสถาบันการศึกษาของรัฐบาล องค์กรเอกชน และ สถาบันฝึกอบรมของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีชื่อเสียงมากกว่า 20 ปี

 

 

ติดต่อได้ที่

Line : @engvolution
Website : www.engvolution.com
FB : Life Revolution by Engvolution
Email : engvolutionthailand@gmail.com

6 เทคนิคเนรมิตให้คนทำตาม

มันจะดีสักแค่ไหน ถ้าเราสามารถเนรมิตทุกสิ่งด้วยการโน้มน้าวจิตใจให้คนทำตามในสิ่งที่เราต้องการ แค่คุณรู้ความลับของเครื่องมืออันทรงพลัง 6 ข้อนี้ ซึ่งจะเป็นที่จะทำให้คุณได้ในสิ่งที่ปรารถนา และยังอาจสามารถทำให้ธุรกิจของคุณ มีรายได้มหาศาล

 

เพิ่มศักยภาพ กับ Engvolution ที่จะทำให้คุณเพิ่มขีดความสามารถ กับหลักสูตรที่ได้มาตราฐานสากล โดยนักวิทยากรที่ผ่านการอบรมโดยเทรนเนอร์ระดับโลก อย่าง Tony Robbins , Blair Singer , Larry Gilman , Brian Tracy , Roger Hamilton

 

สวัสดีค่ะ วันนี้ Engvolution จะมาเล่าถึงความลับ 6 ข้อนี้ว่ามีเคล็ดลับอะไรที่สามารถชักจูง ชี้นำ หรือโน้มน้าวใจคน ให้ทำตามในสิ่งที่เราต้องการได้ด้วย 6 เทคนิคสั่งจิตเนรมิตเปลี่ยนคนรอบข้าง หรือ ลูกค้าเป็นอย่างที่เราต้องการได้